คอนโด High-Rise vs. Low-Rise: เลือกแบบไหนให้เหมาะกับคุณ?

แชร์

คอนโด High-Rise vs. Low-Rise: เลือกแบบไหนให้เหมาะกับคุณ?

การเลือกคอนโดมิเนียมสักแห่งเป็นการลงทุนที่สำคัญ การเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของคอนโด High-Rise และ Low-Rise จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และความต้องการของคุณ

คอนโด High-Rise (สูง 23 เมตรขึ้นไป หรือประมาณ 20 ชั้นขึ้นไป)

จุดเด่น:

วิวสวยงาม: ยิ่งสูงยิ่งเห็นวิวเมือง วิวแม่น้ำ หรือวิวธรรมชาติ ได้กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา

ทำเลทอง: มักตั้งอยู่บนถนนสายหลัก ใจกลางเมือง ใกล้ BTS, MRT และทางด่วน สะดวกสบายในการเดินทางและใกล้แหล่งอำนวยความสะดวกต่างๆ

สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน: สระว่ายน้ำ ฟิตเนส Co-Working Space ห้องสมุด Rooftop Garden สนามเด็กเล่น และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง

ลงทุนคุ้มค่า: ราคาคอนโดมีแนวโน้มสูงขึ้นตามทำเลและความสูงของชั้น มีโอกาสขายต่อหรือเก็งกำไรได้ดีในอนาคต

จุดด้อย:

ราคาสูง: ราคาต่อตารางเมตรสูงกว่าคอนโด Low-Rise

แออัด: จำนวนยูนิตและผู้อยู่อาศัยเยอะ อาจต้องรอลิฟต์นานและมีเสียงรบกวน

ความเป็นส่วนตัวน้อย: เจอผู้คนพลุกพล่านในพื้นที่ส่วนกลาง

อพยพยากลำบาก: กรณีฉุกเฉินเช่นไฟไหม้หรือแผ่นดินไหว การอพยพอาจทำได้ยากลำบาก

คอนโด Low-Rise (สูงไม่เกิน 23 เมตร หรือประมาณ 8-10 ชั้น)

จุดเด่น:

เป็นส่วนตัว: จำนวนยูนิตและผู้อยู่อาศัยน้อยกว่า เงียบสงบ ไม่พลุกพล่าน

ราคาจับต้องได้: ราคาต่อตารางเมตรถูกกว่าคอนโด High-Rise

เดินทางสะดวก: หลายโครงการตั้งอยู่ในซอยแต่ไม่ไกลจากถนนใหญ่และระบบขนส่งสาธารณะ

จุดด้อย:

วิวอาจถูกบดบัง: โดยอาคารโดยรอบ

สิ่งอำนวยความสะดวกน้อยกว่า: เมื่อเทียบกับคอนโด High-Rise

ศักยภาพในการลงทุนน้อยกว่า: เมื่อเทียบกับคอนโด High-Rise ในทำเลเดียวกัน

สรุป:

เลือกคอนโด High-Rise หาก: คุณชอบวิวสวย ต้องการความสะดวกสบายครบครัน เน้นการลงทุน และสะดวกในการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชน

เลือกคอนโด Low-Rise หาก: คุณชอบความเป็นส่วนตัว ความเงียบสงบ และต้องการคอนโดในราคาที่จับต้องได้

การเลือกคอนโดที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ ความต้องการ และงบประมาณของคุณ ควรพิจารณาข้อดีข้อเสียของคอนโดแต่ละประเภทอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ เพื่อให้ได้คอนโดที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคุณมากที่สุด