รีเทนชั่น (Retention) vs. รีไฟแนนซ์ (Refinance) : เลือกแบบไหนดี?
สำหรับผู้กู้สินเชื่อบ้านที่ต้องการลดภาระดอกเบี้ยหลังผ่อนชำระมาแล้ว 3 ปีขึ้นไป “รีเทนชั่น” และ “รีไฟแนนซ์” คือสองทางเลือกหลักที่น่าสนใจ แม้จุดประสงค์จะเหมือนกันคือลดดอกเบี้ย แต่มีวิธีการและผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน มาดูรายละเอียดกัน:
1. รีเทนชั่น (Retention)
คืออะไร: การเจรจาต่อรองขอลดอัตราดอกเบี้ยกับ ธนาคารเดิม ที่กำลังผ่อนชำระอยู่ เป็นทางเลือกที่สะดวกสำหรับผู้ที่ต้องการลดภาระค่าใช้จ่ายโดยไม่ต้องย้ายธนาคาร
วิธีการ:
ติดต่อเจ้าหน้าที่สินเชื่อของธนาคารเดิม แจ้งความประสงค์ขอรีเทนชั่น
เตรียมเอกสารแสดงรายได้และประวัติการผ่อนชำระที่ดี
หากมีข้อเสนอที่ดีกว่าจากธนาคารอื่น ให้นำมาใช้ในการเจรจาต่อรองได้ แต่อนุมัติหรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของธนาคาร
ข้อดี:
ง่ายและรวดเร็ว: ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก เอกสารน้อย ธนาคารมีข้อมูลอยู่แล้ว ประหยัดเวลาและความยุ่งยาก
ค่าใช้จ่ายน้อยกว่า: ค่าธรรมเนียมมักถูกกว่า หรือบางธนาคารอาจยกเว้นให้
ไม่ต้องตรวจสอบเครดิตบูโรใหม่: ธนาคารพิจารณาจากประวัติการชำระหนี้กับธนาคารเดิม
ข้อเสีย:
อัตราดอกเบี้ยที่ลดได้อาจไม่ดีเท่ารีไฟแนนซ์: ธนาคารเดิมอาจเสนออัตราดอกเบี้ยที่ลดลงไม่มากนัก
ไม่สามารถขยายระยะเวลาผ่อนชำระได้ (โดยปกติ): เน้นลดดอกเบี้ย ไม่ใช่ปรับโครงสร้างหนี้ หากต้องการขยายระยะเวลาผ่อนชำระ ควรพิจารณารีไฟแนนซ์
2. รีไฟแนนซ์ (Refinance)
คืออะไร: การขอกู้ใหม่กับ ธนาคารอื่น เพื่อนำเงินไปปิดหนี้สินเชื่อเดิม เป็นการย้ายหนี้เพื่อให้ได้ดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า หรือปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการผ่อนชำระ
วิธีการ:
ยื่นเรื่องขอกู้ใหม่กับธนาคารอื่น เหมือนการขอกู้ครั้งแรก
เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน เช่น เอกสารแสดงรายได้, สำเนาทะเบียนบ้าน, สัญญาซื้อขาย ฯลฯ
ผ่านกระบวนการอนุมัติสินเชื่อใหม่ทั้งหมด รวมถึงการประเมินหลักประกันและการจดจำนองใหม่
ต้องผ่านการตรวจสอบเครดิตบูโร และการประเมินราคาหลักประกันใหม่
ข้อดี:
โอกาสได้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่ามาก: เลือกธนาคารที่ให้ข้อเสนอที่ดีที่สุดได้ ประหยัดดอกเบี้ยได้มากกว่า
สามารถปรับโครงสร้างหนี้ได้: ลดดอกเบี้ย, ขยายระยะเวลาผ่อนชำระ, ขอวงเงินเพิ่ม (Top-up) ได้
ตัวเลือกหลากหลาย: เปรียบเทียบข้อเสนอจากหลายธนาคาร เลือกธนาคารและเงื่อนไขที่เหมาะสม
สรุป:
รีเทนชั่น: เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว และค่าใช้จ่ายน้อย แต่ดอกเบี้ยที่ลดลงอาจไม่มากเท่า
รีไฟแนนซ์: เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดดอกเบี้ยให้มากที่สุด และต้องการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการผ่อนชำระ แต่มีขั้นตอนที่ซับซ้อนกว่าและค่าใช้จ่ายสูงกว่า
ควรพิจารณาข้อดีข้อเสียของทั้งสองทางเลือก เปรียบเทียบข้อเสนอจากธนาคารต่างๆ และเลือกวิธีที่เหมาะสมกับสถานการณ์ทางการเงินของคุณมากที่สุด
