เช็คความพร้อมก่อนผ่อนคอนโด: คู่มือฉบับสมบูรณ์
การตัดสินใจซื้อคอนโดและผ่อนชำระเป็นเรื่องใหญ่ จำเป็นต้องประเมินความสามารถในการผ่อนอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้เป็นภาระทางการเงินในอนาคต บทความนี้จะแนะนำปัจจัยสำคัญและวิธีการคำนวณที่คุณสามารถนำไปใช้ได้จริง
ปัจจัยสำคัญในการพิจารณา:
1. รายได้ต่อเดือน:
รายได้สุทธิ: รายได้หลังหักภาษีและประกันสังคมแล้ว (ตัวเลขสำคัญที่สุดในการคำนวณ)
ภาระหนี้สินเดิม: เช่น ผ่อนรถ, บัตรเครดิต, สินเชื่อส่วนบุคคล (ต้องนำมาคำนวณรวมด้วย)
หลักการของธนาคาร: ธนาคารส่วนใหญ่อนุมัติสินเชื่อเมื่อภาระหนี้สินรวม (หนี้เก่า + หนี้คอนโด) ไม่เกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน
สูตรคำนวณความสามารถในการผ่อน:
ความสามารถในการผ่อนคอนโดสูงสุด = (เงินเดือนสุทธิ x 40%) – ภาระหนี้สินเดิม
วงเงินกู้โดยประมาณ = (เงินเดือนสุทธิ x 40%) x 150
ตัวอย่าง:
เงินเดือน 30,000 บาท ไม่มีหนี้สิน:
ความสามารถในการผ่อนสูงสุด = 30,000 x 40% = 12,000 บาท/เดือน
วงเงินกู้โดยประมาณ = 12,000 x 150 = 1,800,000 บาท
เงินเดือน 30,000 บาท มีภาระผ่อนรถ 5,000 บาท:
ความสามารถในการผ่อนคอนโด = (30,000 x 40%) – 5,000 = 7,000 บาท/เดือน
2. ราคาคอนโดและวงเงินกู้:
ราคาคอนโด: กำหนดจำนวนเงินที่ต้องกู้
เงินดาวน์:
คอนโดมือหนึ่ง: ธนาคารให้กู้ 90-100% ของราคาประเมิน
คอนโดมือสอง: ธนาคารให้กู้ 70-80% ของราคาประเมิน
ควรมีเงินดาวน์อย่างน้อย 10-20% ยิ่งดาวน์มาก ยิ่งกู้น้อย ผ่อนน้อยลง
ระยะเวลาการผ่อน: ยิ่งผ่อนนาน ยอดผ่อนต่อเดือนต่ำลง แต่ดอกเบี้ยรวมสูงขึ้น (สูงสุด 30-40 ปี, อายุผู้กู้ + ระยะเวลากู้ ไม่เกิน 65 ปี)
3. อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อ:
สำคัญมาก! ส่งผลโดยตรงต่อยอดผ่อนต่อเดือน ควรเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยจากหลายธนาคาร
4. ค่าใช้จ่ายอื่นๆ:
ค่าจองและค่าทำสัญญา: (หลักพันถึงหลักหมื่น ขึ้นอยู่กับโครงการ)
เงินดาวน์
ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์: 2% ของราคาประเมิน (หารคนละครึ่งกับผู้ขาย หรือตามตกลง)
ค่าจดจำนอง: 1% ของวงเงินกู้
ค่าธรรมเนียมการยื่นกู้และค่าประเมิน: (ขึ้นอยู่กับธนาคาร)
ค่าอากรแสตมป์: 0.05% ของวงเงินกู้ (สูงสุด 10,000 บาท)
ค่าส่วนกลาง: จ่ายล่วงหน้า (มักจะ 1 ปี)
ค่ากองทุนส่วนกลาง: จ่ายครั้งเดียว
ค่าประกันอัคคีภัย
ค่ามิเตอร์น้ำ-ไฟ
ค่าตกแต่ง/เฟอร์นิเจอร์
วิธีประเมินความสามารถด้วยตนเอง:
1. คำนวณรายได้สุทธิและภาระหนี้สิน: เพื่อหาความสามารถในการผ่อนต่อเดือน
2. กำหนดงบประมาณคอนโดที่ต้องการ: และเช็ควงเงินกู้ที่คาดว่าจะได้รับ
3. ใช้โปรแกรมคำนวณสินเชื่อของธนาคาร: (มีให้บริการออนไลน์)
4. เปรียบเทียบยอดผ่อนกับความสามารถในการผ่อน: ยอดผ่อนไม่ควรเกิน 40% ของรายได้ ต้องมีเงินเหลือพอใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
5. พิจารณาค่าใช้จ่ายแฝงอื่นๆ: เผื่อเงินสำรองไว้สำหรับค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
คำแนะนำเพิ่มเติม:
พยายามเคลียร์ภาระหนี้สินเก่าก่อนยื่นกู้ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อ และได้วงเงินกู้ที่สูงขึ้น
